บาปสวาท

(1/1)

ละอองดาว:
บทนำ
   รสิกาเป็นหญิงสาวที่มีดวงหน้ารูปไข่ คิ้วโก่งดั่งคันศร จมูกโด่งเล็กเป็นสันรับกับดวงตากลมโต ริมฝีปากชมพูระเรื่อ แก้มนวลผ่องมีเลือดฝาด เธอสวมกอดรวิภาพี่สาวด้วยความคิดถึงหลังจากไม่ได้เจอกันนานเกือบเจ็ดปี ตั้งแต่พี่สาวหนีออกจากบ้านมาอยู่กับสามีคนนี้ซึ่งเป็นเศรษฐีเมืองกรุงเลยไม่ได้กลับไปอยู่เยี่ยมบ้านต่างจังหวัด จนกระทั่ง เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพจึงมาขออยู่กับพี่สาว
“ไม่ได้เจอกันนาน โตเป็นสาวสวยมากเลย”
มือขาวนวลลูบไล้ใบหน้าน้องสาวด้วยความปลื้มใจ ความงามของเธอกับน้องสาวไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่หากเปรียบเทียบกันเธอคงจะด้อยกว่าเนื่องจากร่างกายทรุดโทรมหลังจากท้องสามครั้งก็แท้งลูกตลอด หมอบอกว่าเธอไม่สามารถมีลูกได้ อย่าฝืนไม่อย่างนั้นเธออาจเสียชีวิต
“แพรมารบกวนหรือเปล่า”รอยยิ้มของน้องสาวสดใส
“ไม่เลย ดีเสียอีก พี่จะได้มีเพื่อนคุย”
“พี่เขยล่ะค่ะ”ดวงตากลมโตสอดส่องไปรอบบ้าน
“คุณเอกไปดูงานต่างจังหวัด อีกสองวันถึงจะกลับ”ใบหน้าคนพูดเศร้าสร้อย
“พี่ไม่ไปด้วยเหรอ”
“ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ พี่เรียนแค่ ม. 6 เองนะ”คนเป็นพี่แย้ง
“สีหน้าพี่ดูไม่ดีเลย”น้องสาวเป็นห่วงกับสีหน้าซีดเซียว
“พี่พาเธอขึ้นไปดูห้องดีกว่า พอเธอเขียนจดหมายมาหาพี่ก็สั่งให้เด็กจัดห้องเตรียมไว้รอเลย”
รวิภาไม่อยากให้น้องสาวเซ้าซี้เลยเปลี่ยนเรื่อง จูงมือพาขึ้นไปดูห้องที่เธอจัดเตรียมไว้ให้ ห้องนี้อยู่ฝั่งซ้ายสุดตรงข้ามกับห้องของเธอกับสามี เพื่อน้องสาวจะได้มีความเป็นส่วนตัวและสามีของเธอก็จะได้ไม่ต้องลำบากใจนักกับการมีคนอื่นมาวุ่นวายในบ้าน
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้อง รสิกาก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง ห้องของเธอใหญ่โตโออ่ากว่าห้องที่บ้านต่างจังหวัดเสียอีก เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ล้วนน่ารักและสวยงามดูมีราคา ผ้าม่านปักลายฉลุไว้สวยงาม เตียงนอนลูกฟูกกว้างขวาง
“ว้าว”
เด็กสาวกระโดดลงไปนอนบนเตียงติดสปริง สีหน้าของเธอสนุกสนาน หัวเราะเสียงใส ร่างอรชรนอนแผ่หราเต็มเตียงอย่างสบายอารมณ์ 
“เป็นไง ชอบไหม”คนเป็นพี่ยิ้มกับอาการของน้องสาว
“ยิ่งกว่าชอบอีก สวยมากเลย”เธอลุกขึ้นมาตอบ รอยยิ้มกระจ่างเต็มใบหน้า
“อยากได้อะไรบอกพี่ได้ พี่ขออย่างเดียวตั้งใจเรียนให้จบจะได้มีอนาคตที่ดี”
“ค่ะ แพรจะตั้งใจเรียนจะได้กลับไปดูแลพ่อแม่”แววตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“พ่อกับแม่สบายดีใช่ไหม”แววตาของพี่สาวหมองลงเมื่อพูดถึงบุพการี
“ก็เรื่อยๆ พี่อย่าคิดมากเลย ท่านหายโกรธแล้วเรื่องที่พี่หนีตามพี่เขยมากรุงเทพไม่อย่างนั้นท่านไม่ยอมให้แพรมาพักอยู่ที่นี่ด้วยหรอก”
รสิกาจับมือพี่สาวมาบีบปลอบโยน พยายามอธิบายไม่อยากให้พี่สาวคิดมาก เรื่องที่พี่สาวหนีตามผู้ชายทั้งที่เรียนไม่จบ ม.6 สร้างความอับอายให้พ่อกับแม่มากจนท่านประกาศตัดพ่อลูกกับพี่สาว เธอเกลี่ยกล่อมให้พ่อใจเย็นและหายโกรธพี่สาวจนหลายปีผ่านไปทิฐิของท่านก็เริ่มเบาลงยังไงสายเลือดก็ตัดกันไม่ขาด
เมื่อเธอสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพได้จึงขอพ่อมาพักอยู่กับพี่จะได้ปลอดภัยและสะดวกในการเดินทางไปเรียน ซึ่งพ่อก็เห็นด้วย เธอจึงเขียนจดหมายมาบอกพี่สาวตามที่อยู่ที่พี่สาวได้ส่งเงินและเขียนจดหมายมาหาทุกปี เมื่อรวิภาได้อ่านก็ดีใจมากที่พ่อให้อภัย รีบเขียนจดหมายกลับมาหาและเตรียมห้องไว้ต้อนรับ
“ขอบใจจ๊ะ”คนเป็นพี่ส่งยิ้มกลับ
“พี่เขยดูแลพี่ดีหรือเปล่า”เธอถามอย่างที่สงสัยท่าทางของพี่สาว
“คุณเอกดีกับพี่มาก”สีหน้าของรวิภาดีขึ้นเมื่อพูดถึงสามี
“แต่สีหน้าพี่ไม่ดีเลย”
“พี่เครียด”น้ำเสียงของรวิภาสั่นเทา
“มีเรื่องอะไรเหรอ”
“คุณหญิงศิวาพร แม่ของคุณเอกไม่พอใจที่พี่ไม่สามารถมีลูกสืบสกุลได้ เลยหาผู้หญิงมาให้ลูกชาย”
“พี่เขยว่าไง”น้ำเสียงรสิกาไม่พอใจ
“ปฏิเสธ”
“แม่ของพี่เขยจะคิดทำอะไรก็ช่างเถอะ พี่เขยไม่ยอมเล่นด้วยเดี๋ยวก็เบื่อเอง พี่ไม่ต้องคิดมาก”สีหน้าคนเป็นน้องโล่งอก
“ผู้หญิงคนนั้น เมธาพร ไปดูงานต่างจังหวัดกับคุณเอก”น้ำเสียงของพี่สาวสั่นเครือ
“ปล่อยน้ำตาลให้ใกล้มดอย่างนั้น ทำไมพี่ไม่ตามไปล่ะ”คนเป็นน้องกังวลใจ
“บางครั้งพี่ก็คิดนะว่าคุณเอกควรจะมีผู้หญิงอีกคนเพื่อทำลูกให้วงศ์ตระกูล”น้ำตาคนพูดไหลพราก
“สามีเราจะแบ่งให้ใครได้ไง ถ้าพี่เขยบ้าจี้ตามคุณหญิงแม่นะ พี่ต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”รสิกาเตือนพี่สาว
“พี่เชื่อใจคุณเอกแต่พี่ไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนั้น”
“อย่าคิดมาก ดูซิหน้าซีดกว่าเดิมอีก”มือเธอกุมมือพี่สาวแน่น
“คืนนี้ไปนอนห้องพี่นะ เราจะได้คุยช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันว่าทำอะไรบ้าง พ่อกับแม่เป็นยังไงพี่อยากรู้เรื่องคนที่บ้าน คิดถึงทุกคน”
ใบหน้ารวิภาอิดโรย ดวงตามีน้ำตาคลอเบ้า อยากกลับไปกราบแทบเท้าบิดาขอขมาในสิ่งที่เธอได้ทำลงไปแต่ก็ใจไม่กล้าพอ
“พี่ไหวแน่นะ”
“ไหวจ๊ะ”
“ไปหาหมอเถอะ”
“ไหวจริงๆ ตอนนี้เย็นมากแล้วกินข้าวหรือยัง”คนเป็นพี่ยิ้มหวาน
“กินตอนนั่ง บขส. มาแล้ว พี่ล่ะ”เธอถามกลับ
“พี่ไม่กินข้าวเย็น”
“ผอมอย่างนี้ อดข้าวเย็นทำไม”
“มันตื้อกลืนข้าวไม่ลง”
“ลงไปกินข้าวดีกว่า แพรจะนั่งกินด้วย”เธอดันหลังพี่สาวลงข้างล่าง
“ไหนว่ากินแล้วไง”พี่สาวหันมาถาม แววตาเอ็นดู
“เรื่องกินสบายมาก”แววตาของเธอขี้เล่น
“เดี๋ยวก็อ้วน ไม่มีใครจีบหรอก”
“บ่หยั่ง”คนเป็นน้องยักไหล่
ทั้งสองสาวนั่งทานอาหารด้วยกัน สีหน้าของรวิภาดีขึ้นมากและทานอาหารได้หลายคำ เมื่อทานอิ่มก็เดินขึ้นห้องพร้อมกันเพื่อเตรียมนอน รสิกาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็หอบหมอนกับผ้าห่มย้ายมานอนชั่วคราวห้องพี่สาว นอนลงข้างกายมือของเธอข้างหนึ่งกุมมือพี่สาวแน่น
ตลอดทั้งคืนเธอเล่าเรื่องบ้านต่างจังหวัดให้พี่สาวฟังเรียกเสียงหัวเราะให้พี่สาวได้เป็นระยะ พยายามไม่พูดเรื่องเครียดให้พี่คิดมากไปกว่าเดิม เล่าไม่นานก็หลับด้วยความเหนื่อยกับการเดินทาง
“โอ๊ย...”
เสียงร้องครวญครางเจ็บปวดดังแว่วเข้าหูปลุกให้คนนอนข้างกายตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ รสิกามองพี่สาวกุมท้องตัวเอง นอนตัวงอราวกับกุ้งถูกต้ม สีหน้าแหยเกแสดงความเจ็บปวด ท่าทางทุรนทุราย
“พี่ไหม เจ็บท้องเหรอ”เธอถามอย่างตกใจ
“ช่วยพี่ด้วย”
“เราไปโรงพยาบาลกันเถอะ”
มือน้อยพยุงไหล่คนเป็นพี่ให้ฝืนใจลุกขึ้นเดินออกจากห้อง ตรงไปด้านล่างวิ่งไปปลุกคนขับรถให้มาพาทั้งสองไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน รวิภาถูกพาส่งเข้าห้องฉุกเฉินไม่นานหมอก็ออกมาบอกว่าให้นอนโรงพยาบาลตรวจอาการวันพรุ่งนี้เช้ากับหมอเฉพาะทางว่าเธอเป็นโรคอะไรกันแน่ หลังจากฟังหมอเวรรอบดึกรายงานผลคร่าวๆ ก็เดินเข้าห้องพักของพี่สาว
“รอหมอเฉพาะทางมาตรวจเอกซเรย์ให้พรุ่งนี้”เธอกุมมือพี่สาวแน่น
“กลับบ้านไปเถอะ พรุ่งนี้เช้าต้องไปรายงานตัวไม่ใช่เหรอ”คนเป็นพี่พูดด้วยเสียงแหบแห้ง
“ค่อยไปเปลี่ยนชุดก็ได้”
“อย่าเลย นอนโรงพยาบาลไม่เต็มอิ่มหรอก ไปนอนเตียงนอนนุ่มๆ ดีกว่า พักผ่อนให้สดชื่น พรุ่งนี้สัมภาษณ์จะได้สดใสไม่ง่วงเหงาหาวนอน เดี๋ยวคณะกรรมการนึกว่าเธอเป็นเด็กเที่ยว พี่กลัวว่าเขาจะไม่รับเธอเข้าไปเรียน”
พี่สาวหาเหตุผลมาไล่น้องสาวกลับไปนอนที่บ้าน ไม่อยากให้น้องสาวคิดมากเธอสามารถอยู่คนเดียวได้ พรุ่งนี้อยากให้น้องไปสัมภาษณ์ หากไปช้าเกินกำหนดเขาก็ไม่รับแล้ว เธอไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยจึงฝากความหวังไว้ที่น้องสาวคนนี้
“พี่อยู่ได้แน่นะ”น้องสาวลังเล
“นางพยาบาลพิเศษก็อยู่”เธอมองไปทางนางพยาบาลที่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง
“ฝากพี่สาวด้วยนะคะ”รสิกาหันไปฝากพี่สาวกับนางพยาบาล
“ได้จ๊ะ”นางพยาบาลยิ้มหวาน
“โทรบอกพี่เขยได้ไหม พรุ่งนี้เขาจะได้รีบกลับมาเยี่ยมพี่”รสิกาเสนอความเห็น
“เที่ยงคืนแล้วอย่ากวนเขาเลย เขาทำงานคนเดียวเวลานี้ให้เขานอนหลับให้สบายดีกว่านะ”คนเป็นพี่ปฏิเสธ
“พี่ไม่สบายนะ”
“ขอร้องนะแพร อย่าโทรบอกคุณเอก พี่ไม่อยากให้เขาทิ้งงานรีบกลับมาหาพี่”
“ก็ได้”คนเป็นน้องหน้างอ
“กลับบ้านเถอะ ดูสิตาโรยแย่แล้ว”พี่สาวโบกมือไล่น้องให้กลับบ้าน
“แพรรักพี่ไหมนะ”
รสิกาหอมแก้มพี่สาวก่อนออกจากห้อง ไปหาคนขับรถที่นั่งหลับรอเธออยู่ข้างล่างเมื่อมาถึงคนรถเอารถไปจอดก็เข้านอนทันที เธอเองก็ง่วงนอนแทบเดินไปถึงเตียงไม่ไหวแล้ว คนต่างจังหวัดเคยนอนไม่เกินสามทุ่มแต่วันนี้ตีสองแล้วเธอยังไม่ได้นอนเลย เท้าของเธอชะงักไม่รู้จะนอนห้องไหนพี่สาวไม่อยู่ไม่กล้านอนห้องนี้คนเดียวแต่ว่าเธอไม่มีแรงจะเดินอีกแล้ว อีกสองวันพี่เขยถึงจะกลับ ขอนอนห้องนี้สักคืนแล้วกัน คิดแล้วก็ล้มตัวลงนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มนวม หลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว
   *******************************************

เอ๊ะ...จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้นะ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ